ระบบเดียวที่บูรณาการรับสมัคร จับเวลา ภาพถ่าย และการตัดสินเข้าด้วยกัน เพื่อตรวจจับการสลับตัววิ่งและการใช้บิบผู้อื่นก่อนมอบรางวัล — เพราะผู้จัดที่มีเงินรางวัลและชิงแชมป์ต้องการมากกว่าแค่ "เวลา" แต่ต้องการ "ผลที่เชื่อถือได้"
ระบบจับเวลาทั่วไปบอกได้แค่ว่า "ชิปนี้วิ่งครบไหม" แต่ไม่เคยถามว่า "คนที่ถือชิปนี้คือคนที่สมัครจริงหรือเปล่า" ช่องว่างนี้คือที่มาของการจ้างนักวิ่งแทน ขายบิบ และสวมตัวรับรางวัล Result Integrity ปิดช่องนี้ด้วยการยืนยันตัวตนข้ามทุกระบบ
ให้คนเก่งกว่าสวมบิบลงแทนเพื่อชิงรางวัลหรือทำเวลา qualify
บิบเปลี่ยนมือโดยข้อมูลในระบบไม่ตรงกับคนที่วิ่งจริง
คนวิ่งจริงกับคนมารับรางวัลไม่ใช่คนเดียวกัน
ข้าม checkpoint เพื่อทำเวลา มักมาคู่กับการสลับคน
ใช้ข้อมูลที่ Checkrace มีอยู่แล้ว ไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ biometric หนัก — Dashboard กรรมการเปิดใช้จริงในงานแล้ว
เทียบเวลาวันแข่งกับ สถิติเดิม (PB) ของนักวิ่งเอง จากทะเบียน Runner Rank และตรวจ split ภายในสนาม เฉพาะรุ่น overall / age-group / top 100
โซน Verify ผู้ชนะ — ผู้ติดรางวัลต้องมารายงานตัวและเทียบใบหน้าก่อนรับเงินรางวัล
บัญชีกลางของนักวิ่งที่ถูกตัดสิน "ยืนยันแล้ว" ว่าทำผิด — เกาะกับ Runner ID ไม่ใช่ชื่อ จึงเปลี่ยนชื่อหนีไม่ได้
หัวใจที่ทำให้ทุกการตรวจ "รู้ว่าใครคือใคร" จริงๆ — ไม่ใช่แค่เดาจากชื่อที่สะกดได้หลายแบบ
ระบบ resolve ผู้เข้าเส้นแต่ละคนเข้ากับ runner_id + ระดับความเชื่อมั่น (เลขบัตร → ชื่อ+วันเกิด → ชื่อ)
ถ้าชื่อซ้ำหลายคนในทะเบียน ระบบ "ระงับ" การฟันธงเวลาผิดปกติ แทนที่จะเดาผิดคน
บัญชีดำเกาะกับ runner_id (เลขบัตร hash) เปลี่ยนชื่อ/สะกดใหม่ก็ยังเป็นคนเดิม
สมัคร Runner ID แล้ว "เคลม" ตัวตนเดิม ได้ประวัติทุกงานคืนทันที — ยืนยันด้วย OTP เบอร์ที่เคยลงทะเบียน
ทุกสัญญาณไหลมารวมเป็นคะแนนเดียว แล้วส่งให้ "กรรมการ" เป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย
ตรวจเฉพาะ overall / age-group / top 100 ไม่ใช่ทั้งสนาม
เวลา + split + ภาพถ่าย Face–Bib + การรายงานตัว
ถ่วงน้ำหนักทุกสัญญาณเป็นคะแนน 0–100
ดูเฉพาะเคสแดง พร้อมหลักฐาน เปิดให้อุทธรณ์
เคสที่ยืนยัน → blacklist + พักอันดับใน Rank
กรรมการเห็นรายชื่อเรียงตามความเสี่ยง ตรวจเฉพาะเคสที่ต้องตรวจ ประหยัดเวลามหาศาล
ไม่มีอะไรน่าสงสัย ยืนยันผลอัตโนมัติ
ควรเหลือบดู มอบรางวัลได้พร้อมหมายเหตุ
เสี่ยงหลายสัญญาณ พักรางวัลจนกว่ากรรมการจะตัดสิน
กติกากันการกล่าวหาผิด: ผลจะขึ้นโซนแดงได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณ "ตัวตน" หรือ "เส้นทาง" อย่างน้อยหนึ่งอย่าง (หน้าไม่ตรงบิบ / ขาด checkpoint / ไม่มารายงานตัว) เวลาที่เร็วผิดปกติเพียงอย่างเดียวถือเป็น "การวิ่งที่ก้าวกระโดด" ไม่ใช่การโกง
หลักการที่ทำให้ระบบน่าเชื่อถือทั้งกับนักวิ่งและในแง่กฎหมาย
ระบบรวมหลักฐานและตั้งคำถาม การตัดสินขั้นสุดท้ายเป็นของกรรมการเสมอ ทุก flag ไม่ใช่คำพิพากษา
ทุกเคสผ่านขั้นตอน ตรวจสอบ → แจ้ง → เปิดอุทธรณ์ → ยืนยัน ก่อนบังคับใช้จริง
บัญชีดำไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เลี่ยงความเสี่ยงหมิ่นประมาทและการละเมิดข้อมูล
ใบหน้าอ้างอิงและเลขบัตรเก็บโดยมี consent เลขบัตรเก็บเป็น hash จำกัดสิทธิ์เข้าถึงและมีกำหนดลบ
สเปกฟีเจอร์ + schema ข้อมูล + สูตร Fraud Score และนโยบาย Central Blacklist พร้อม flow การอุทธรณ์
เหมาะสำหรับงานชิงเงินรางวัล งานชิงแชมป์ และงานที่ส่งผลเข้าอันดับชาติ คุยกับทีมเพื่อเปิดใช้ Result Integrity ในงานถัดไปของคุณ
คุยกับทีม Checkrace